ยกเลิกการรับจดหมาย
 



 

ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต






ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกปีละ ๑๗ ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น ๒๕ ล้านคนใน พ.ศ.๒๕๖๓ นอกจากนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือดยังติดอันดับ ๑ ใน ๓ ของโรคที่คร่าชีวิตคนไทย โดยข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ.๒๕๔๖ พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงถึงปีละ ๙๙๙,๔๑๓ ราย และมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยชั่วโมงละ ๕ คน ทั้งนี้ โดยมีต้นเหตุสำคัญมาจากปัญหาคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดสูง
ม.ร.ว.พรรณนิภา จันทรทัต ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล ให้ข้อมูลว่า คอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่ผลิตขึ้นโดยตับ ซึ่งพบได้ในอาหารที่มาจากสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ อาหารทะเลและผลิตภัณฑ์จากนม คอเลสเตอรอลมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง อาทิ การผลิตฮอร์โมนบางตัว การย่อยสลายไขมัน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การลดคอเลสเตอรอลและการป้องกันโรคหัวใจที่ได้ผล สามารถทำได้โดยบริโภคอาหารในกลุ่มของ "ธัญพืช" โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโอ๊ต
"ไฟเบอร์ที่อยู่ในธัญพืช โดยเฉพาะไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ที่มีชื่อว่า เบต้า-กลูแคน ซึ่งมีมากในข้าวโอ๊ตจะเป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีระบบขับถ่ายที่ดี ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำเล็กๆ ที่คอยซับคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็กและขับออกจากร่างกาย" "เมื่อคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดลดลง ความเสี่ยงของโรคต่างๆ ก็ลดลงด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และยังมีส่วนในการช่วยรักษาน้ำหนักตัว และลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานอีกด้วย" นอกเหนือจากการบริโภคธัญพืชเป็นประจำแล้ว วิธีการปรุงอาหารก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ ควรปรุงด้วยน้ำมันพืช พยายามให้อ่อนเค็มและอ่อนหวาน
ขณะเดียวกัน ม.ร.ว.พรรณนิภา ยังได้แนะนำถึง ๑๐ ข้อปฏิบัติที่จะช่วยให้พ้นจากการเป็นโรคหัวใจด้วย ได้แก่
๑.ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
๒.รักษาสมดุลของน้ำหนักตัว
๓.กินผักและผลไม้สด
๔.อย่าปล่อยให้เครียดนาน
๕.งดสูบบุหรี่
๖.ควบคุมระดับความดันในเลือด
๗.ควบคุมระดับไขมันในเลือด
๘.ระวังโรคเบาหวาน
๙.ตรวจสุขภาพประจำปี
๑๐.ดูแลหัวใจตนเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.fwdder.com/topic/90059









 
Copyright 2008 UFM FUJI SUPERMARKET. All rights reserved.